Make your own free website on Tripod.com
หอเอนเมืองปิซา ตั้งอยู่ที่เมืองปิซา ประเทศอิตาลี (ปัจจุบันอยู่ในสภาพเกือบสมบูรณ์)
เป็นหอคอยสร้างด้วยหินอ่อน สูง 181 ฟุต มี 8 ชั้น เริ่มสร้าง ค.ศ. 1174 แล้วเสร็จปี ค.ศ. 1350 รวมเวลาการก่อสร้างถึง 176 ปี ตามประวัติกล่าวว่า ขณะก่อสร้างเสร็จ ฐานทรดไปข้างหนึ่ง จะเป็นด้วยการคำนวณผิดพลาดหรือประการใดก็ไม่ทราบ เมื่อวัดปรากฏว่าเอียงออกจากแนวดิ่งของฐานถึง 18 ฟุต แต่กระนั้นก็ยังไม่ล้ม ยังเอียงอยู่จนถึงทุกวันนี้
หอคอยหินอ่อนแห่งนี้ ภายในวิจิตรงดงามด้วยเสาหินอ่อนที่สลักลายฝีมือของจิตรกรชื่อดังแห่งยุค ทำให้เป็นหอที่ทรงคุรค่าทางศิลปะอย่างยิ่ง หอคอยแห่งนี้ในยุคนั้น กาลิเลโอ นักดาราศาสตร์ชื่อดังของโลก ได้ทำการทดลองน้ำหนักของวัตถุ และกฏแห่งแรงดึงดูดของโลกเป็นผลสำเร็จ กาลิเลโอ เป็นบุคคลที่น่าศึกษามาก เขาเกิดที่เมืองปีซ่า ที่ตั้งหอเอน เขาเกิดวันที่ 15 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1561 ชอบวิชาคณิตศาสตร์มาก แต่บิดาบังคับให้เรียนวิชาแพทย์ ที่มหาวิทยาลัยปีซ่า ซึ่งการเรียนของเขานี้ ปรากฏว่า เขามักซ่อนความคิดของ "อาคีมีดีส" นักคณิตศาสตร์ผู้มีชื่อเสียงของโลก เมื่อไปดูการบรรยายเสมอ เขาใช้ชีวิตอย่าง นักวิทยาศาสตร์ เชื่อมั่นในเหตุผลของตัวเขาเอง ไม่ยอมเชื่อตำราหรือคำพูดของใครเป็นอันขาด แม้จะถูกลงโทษอย่างไร เขาก็ยืนยันในความถูกต้องในความคิดของเขา ซึ่งขัดแย้งกับความรู้เก่า และยังดำเนินชีวิตขัดกับประเพณีนิยมด้วย เขาสอนความรู้ของเขาให้คนอื่นเชื่อตาม โดยขัดแย้งกับความรู้ความคิดเห็นของครูบาอาจารย์ จนกระทั่งในที่สุดเขาถูกขับออกจากมหาวิทยาลัยปีซ่า

อย่างไรก็ตาม กาลิเลโอยังคงต่อสู้ต่อไปโดยเข้าสอนในมหาวิทยาลัยแห่งใหม่ ซึ่งให้ความอิสระทั้งด้านความคิด การทดลอง และการค้นคว้าของเขา มหาวิทยาลัยแห่งนี้ชื่อ มหาวิทยาลัยปาดัวซึ่งยุคแห่งวานิช ได้แต่ตั้งให้เขาเป็นศาสตราจารย์แห่งปาดัวตลอดชีวิต ตั้งแแต่นั้นมาเขามอบชีวิตให้แก่การค้นคว้าความรู้ทางวิทยาศาสตร์ เขาได้สร้างสโมสรของวงการวิทยาศาสตร์ และปรัชญา ได้เปิดเผยผลแห่งการสังเกตการณ์ และผลหารทดลองของเขา โดยให้สมาชิกรู้ความลับของแม่เหล็ก และแรงแม่เหล็กของโลก เขาได้อธิบายถึงส่วนประกอบของเข็มทิศ ซึ่งเขาพึ่งประดิษฐ์ขึ้น เขาได้แสดงเครื่องกลสูบน้ำ วิธีการวัดอุณหภมิของอากาศ และเครื่องประดิษฐกรรมที่ประหลาดที่สุด ทำให้สมาชิกซึ่งตื่นเต้นอยู่แล้วในผลงานของเขา ต้องตื้นเต้นยิ่งขึ้น นั่นคือ กล้องโทรทัศน์สำหรับดูดาวซึ่งอยู่แสนไกล เจ้ากล้องประหลาดนี่เอง เป็นสิ่งแรกที่จูงไปพบจุดจบด้วยยาพิษ ทั้งๆที่ไข้กำลังจับ นอนอยู่บนเตียง นั่นคือต่อมาเขาฉีกสัญญาที่ทำไว้กับมหาวิทยาลัยปาดัว โดยประสงค์จะกลับไปปีซ่า ซึ่งครั้งหนึ่งที่นั่นเคยไล่เข้าออก แต่ปัจจุบันบางที่เขาคิดว่า คงจะนำเอาความมีชัยเกียรติยศอันสูงส่งที่มีอยู่ไปแพร่ก็ได้ที่สุด เขาก็ได้กลับไปสมประสงค์ แต่เมื่อเขาเข้าไปอยู่ในมหาวิทยาลัยปีซ่า อาราจักรแห่งความเชื่อถือ ลัทธินิยม เขาได้รับสิ่งที่ไม่ขาดคิดไว้เลย เขาต้องเผชิญกับปัญหายุ่งยาก เรื่องลัทธิและปราศจากความเป็นอิสระ จนกระทั่งต้องถูกเรียกตัวไปสาบานต่อหน้าคณะกรรมการศาสนา และถูกประกาศห้ามนำหนังสือที่เขาเขียนขึ้น อันเกี่ยวกับการคัดค้านศาสนาความเชื่องมงายออกเผยแพร่ และท้ายที่สุด เขาถูกจำคุกอีกครั้งหนึ่ง นับเป็นเคราะห์กรรมอย่างหนักของเขาที่เดียว แต่ด้วยกำลังใจอันเข้มแข็งของกาลิเลโอนั่น เขายังอุตสาห์เขียนหนังสือเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ขึ้นอีกเล่มหนึ่ง ลักลอบส่งไปโรงพิมพ์ประเทศฮอลันดา แต่เขาไม่มีโอกาศอ่านหนังสือเล่มนี้เลย ทั้งๆที่เขายังมีชีวิตอยู่ยังไม่ตาย แต่ดวงตาของเขาทั้งสองข้างบอดสนิทเสียแล้ว ดังนั้นเขาจึงได้แต่กอดหนังสือเล่มนั้นอย่างปลื้มปิติ เขาพึมพำออกมาด้วยความตื้นตันว่า "หนังสือเล่มนี้ เป็นงานสำคัญยิ่งกว่างานทั้งหลาย เพราะมันเป็นผลงานที่เกิดจากการทุกข์ทรมานอันแสนเข็ญ"
ดวงตาบอด ความเจ็บป่วยกำลังหนัก เกือบจะหมดเรี่ยวแนง แต่เขาถูกบังคับให้จบชีวิตด้วยยาพิษ ถึงแม้ว่า ก่อนที่เขาจะจิบยาพิษไปจบชีวิตเขา เขายังพูดว่า "...แต่โลกมันเคลื่อนจริงๆ นี่เพื่อน"
กาลิเลโอ นักคณิตศาสตร์ชื่อดังของโลกถึงแก่กรรมเมื่อ ค.ศ. 1642 รวมอายุได้ 78 ปี
หอเอนเมืองปีซ่าจัดเป็นสิ่งมหัศจรรย์ 1 ใน 7 ของโลกยุคกลาง
อ้างอิง
ชิต ภิบาลแทน และ ชุลีพรสุสุวรรณ.ความรู้รอบตัวสิ่งมหัศจรรย์ที่น่าสนใจ .พิมพ์ครั้งที่ 2
กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์ทิพยวิสุทธิ์ ,2540 รพีพรรณ ลาวัณยจรัสโยธิน.
ความรู้รอบตัว.กรุงเทพฯ:รุ่งเรืองสาส์นการพิมพ์,
มปป.หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ ฉบับวันที่ 10 เมษายน พ.ศ.